|
ก.ศึกษาฯ ชงเรื่อง ครม.ให้อุดหนุนค่าเรียนรายหัว เด็กไร้สัญชาติ

รัฐสภา 2 พ.ค. ส.ว.ตั้งกระทู้ถามปัญหาเด็กไร้สัญชาติไม่สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้ ย้ำมีจำนวนมากนับหมื่นคน สงสัยมีมติ ครม.แล้วเหตุใดไม่ปฏิบัติตาม เสนอให้โอนอำนาจอนุมัติสัญชาติของ ร.ม.ว.มหาดไทยไปให้ผู้ว่าฯ แทน ขณะที่ ร.ม.ช.ศึกษาฯ ยอมรับมีสถานศึกษาบางแห่งไม่รู้มติ ครม. เตรียมเสนอให้ ครม.ให้อุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวเด็กไร้สัญชาติด้วย ส่วน รมช.มหาดไทย แจงขั้นตอนการอนุมัติสัญชาติให้คนต่างด้าว 3 กลุ่ม ยอมรับมีปัญหาล่าช้าแต่พยายามเร่งรัด โดยตั้งสำนักงานเพื่อออกสัญชาติในระดับอำเภอ
การประชุมวุฒิสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันนี้ (2 พ.ค.) เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.50 น. โดยมีนายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม โดยได้พิจารณากระทู้ถามด่วน 2 กระทู้เรื่อง การเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของเด็กไร้สัญชาติที่ถามโดยนางพรหมจารี รัตนเศรษฐ์ ส.ว.นครราชสีมา และนางเตือนใจ ดีเทศน์ ส.ว.เชียงราย
นางพรหมจารี กล่าวว่า เมื่อปี 2535 มีมติคณะรัฐมนตรีและระเบียบกระทรวงศึกษาธิการเปิดให้เด็กขาดหลักฐานแสดงตนหรือไร้สัญชาติเข้ารับการศึกษาในระดับต่าง ๆ จนถึงขั้นอุดมศึกษา แต่เมื่อเด็กจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กลับไม่สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ เหตุใดสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา จึงไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวและรัฐบาลมีมาตรการแก้ไขปัญหาการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของเด็กไร้สัญชาติอย่างไร
ส่วนนางเตือนใจ กล่าวว่า รัฐบาลได้บรรจุนโยบายด้านความมั่นคงของชาติและแถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว แต่ยังมีเด็กที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษานับหมื่นคน แต่ประสบปัญหาว่าสถาบันการศึกษาไม่รับ เพราะไม่มีสัญชาติไทยหรือเข้าเรียนและจบมาแล้วก็ไม่ได้รับเอกสารรับรองวุฒิทางการศึกษา เช่นเมื่อปี 2546 นายยุทธนา ฟามวัน สอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ยังไม่ได้รับการลงรายการสัญชาติไทย ทั้งที่หลักฐานทางการระบุว่าเป็นคนไทยโดยกำเนิด แต่เมื่อเป็นข่าวทางการจึงเร่งรัดลงรายการสัญชาติไทยให้ แต่ยังมีเด็กสถานะเดียวกับนายยุทธนาอีกนับหมื่นคนที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2548 มีนายพรมมี จันเรือง และนายบัวภา จันเรือง เกิดที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสมัครเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ แต่ไม่สามารถลงรายการสัญชาติไทยได้ ทั้งที่ผู้ปกครองนำไปลงรายการสัญชาติไทยตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษา ทำให้เด็กทั้งสองคนเสียสิทธิในการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแม้จะสอบได้
นางเตือนใจ กล่าวด้วยว่า ขอถามว่ากระทรวงศึกษามีระเบียบเกี่ยวกับการจัดการศึกษาให้เด็กไม่มีหลักฐานและไม่มีสัญชาติไทยอยู่แล้ว แต่เหตุใดมีปัญหาในทางปฏิบัติและจะปฏิบัติให้ทันปีการศึกษา 2548 นี้ได้หรือไม่ และจะเร่งรัดดำเนินการลงรายการสัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษตามสิทธิที่มีอยู่แล้วจะให้เด็กเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาปีการศึกษา 2548 นี้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการออกสัญชาติตาม พ.ร.บ.สัญชาติมาตรา 7 ทวิ ซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแต่เพียงผู้เดียวนั้น ส่งผลให้ใช้เวลานานกว่าจะพิจารณาเสร็จสิ้น จึงอยากให้กระทรวงมหาดไทยมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่นั้นมีอำนาจในการเซ็นอนุมัติให้สัญชาติแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียสิทธิของพลเมืองและการพัฒนาตัวเอง นอกจากนี้ เด็กที่เกิดในดินแดนประเทศไทยควรจะให้อำนาจนายอำเภอเป็นผู้พิจารณาให้สัญชาติได้เลยเพื่อความรวดเร็วและขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่ในค่ายลี้ภัย ซึ่งบางคนอยู่ในเมืองไทยมากว่า 20 ปี แต่ไม่มีสถานะใด ๆ ด้วย
นายรุ่ง แก้วแดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่าโดยหลักการแล้วการให้การศึกษากับคนไทยทั้งที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทยนั้น รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่ปี 2535 และเรื่องนี้กระทรวงได้แจ้งให้ทุกสถานศึกษาได้ปฏิบัติตาม ทั้งในส่วนที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถาบันอุดมศึกษาที่เคยอยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาคือสถาบันราชภัฎ รวมทั้งให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งตอนนั้นสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยรับไปปฏิบัติและได้อลุ้มอะล่วย ทั้งที่ตอนแรกไม่ให้รับเลย แต่พอมีมติคณะรัฐมนตรีก็ขอให้รับไว้ก่อน และให้โรงเรียนเป็นภาระในการที่จะดูเรื่องประวัติการเกิดและทะเบียนต่าง ๆ ให้ และทำมาเช่นนี้โดยตลอด แต่ยอมรับว่ามีบางคนที่ไม่ได้ เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งไม่ทราบนโยบายตรงนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการได้ทำเรื่องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เป็นหลักการว่าต่อไปนี้ให้คนไทยเข้าเรียนทุกคน รวมถึงคนไร้สัญชาติด้วย
นายรุ่ง กล่าวว่า เดิมมีปัญหาว่าเด็กไร้สัญชาติเมื่อเข้าโรงเรียนแล้วไม่ได้ค่าใช้จ่ายรายหัว จึงทำให้โรงเรียนบางโรงที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนต้องสอนคนจำนวนมาก แต่เงินรายหัวได้ไม่ครบ เพราะไม่มีสัญชาติไทย กระทรวงจึงเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรีไป แต่บังเอิญว่าวาระของรัฐบาลหมดไปก่อน คณะรัฐมนตรีจึงส่งกลับมาและเรื่องนี้กระทรวงได้ทำเรื่องกลับไปอีกครั้ง เพื่ออนุมัติเป็นหลักการว่าเด็กที่ไม่มีสัญชาติจะมีโอกาสที่จะเข้าเรียนทั่วถึงทุกคน และมีโอกาสได้รับค่าใช้จ่ายรายหัวด้วย
ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2547 ระบุว่าให้คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถอยู่ต่อไปได้ 1 ปี จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2548 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเร่งรัดให้ออกสัญชาติโดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเจ้าของเรื่องในการพิจารณา โดยแบ่งบุคคลที่จะต้องดำเนินการให้สัญชาติออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่จะได้รับสัญชาติไทยตามระเบียบว่าด้วยสถานะบุคคลจำนวน 90,739 คน ซึ่งให้อำนาจนายอำเภอสามารถเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้าน โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วประมาณ 40,000 คน 2.กลุ่มบุคคลที่มีคุณสมบัติสถานะคนต่างด้าวเข้าเมือง ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นคนอนุมัติมีบุคคลเข้าข่ายประมาณ 37,000 คน ดำเนินการให้สัญชาติไปแล้ว 3,744 คน ยังอยู่ระหว่างการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา 1,149 คน และ 3.กลุ่มลูกหลานของผู้ที่มีสถานะคนต่างด้าวเข้าเมือง 29,115 คน ดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ 800 คน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับด้านยุทธศาสตร์นั้น ขณะนี้กระทรวงได้ตั้งสำนักงานเพื่อออกสัญชาติให้บุคคลต่างด้าวในระดับอำเภอมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งรวมทั้งการดำเนินการกับบุคคลที่ตกสำรวจ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้ดำเนินการเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม การที่จะให้สัญชาติกับบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองมานั้นตาม พ.ร.บ.สัญชาติมาตรา 7 ทวิ ระบุว่าเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยการพิจารณาจึงอาจล่าช้า แต่กระทรวงก็เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ ส.ว.เชียงรายเรียกร้องให้เร่งรัดดำเนินการลงรายการสัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษตามสิทธิที่มีอยู่แล้วให้แก่เด็กที่จะเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาปีการศึกษา 2548 นั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอำเภอสังขละบุรีได้แจ้งว่าเด็กทั้งสองคนถือบัตรประจำตัวของผู้อยู่ในพื้นที่สูงได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง สมควรจะให้สัญชาติไทย โดยส่งคำร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีตั้งอนุกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาพิจารณาเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา และจังหวัดได้ส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนแล้ว ดังนั้น การพิจารณาให้สัญชาติกับทั้ง 2 คน น่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนประชุมวุฒิสภาสมัยสามัญทั่วไปจะพิจารณาเรื่องการตั้งกระทู้ถามด่วน ได้มีตัวเงินตัวทองหางด้วน ตัวยาวประมาณ 2 ฟุต ออกมาเพ่นพ่านอยู่บริเวณบ่อปลาคาร์ฟหน้าอาคารรัฐสภา 1 ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมวุฒิสภาในวันนี้ (2 พ.ค.) ซึ่งเรียกความสนใจจากข้าราชการและ ส.ว.ที่เดินผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้นและชี้ชวนกันวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย.-
2 พฤษภาคม 2548

ที่มา:สำนักข่าวไทย
|
|